The truth of the matter(s) is: by Weerapong Sansomporn

24 November - 23 December 2018

“I wish to approach truth as closely as possible, and therefore I abstract everything until I arrive at the fundamental quality of objects.” - Piet Mondrian


When we talk about the art of abstraction, we most often conjure up visions of images lacking a shape and the competing idea that forms and content are fixed. The audience’s individual interpretations translate these abstracted forms into causes that lead to the unique destinations of individual meanings. What we know as a truth, is first, an abstract in our minds long before we ever understand the properties of what an abstract actually is. Through postmodernity, we begin to understand the significance between the knowledge of truth and perception of this truth. While knowledge is the story of the theoretical truth, perception is the story of numerous individual experiences with the truth.


Visual abstraction cares not about whether it is understood for what it is creating, but rather, cares entirely for the emotional reaction that it is causing.


The truth of the matter(s) is.” is the solo exhibition at SAC Gallery of Weerapong Sansomporn who created this series over the course of as a year at the Thaillywood artist residency. It was here, far from others, that Weerapong had the time and space to find what he was doing. In isolation, he dealt with his emotions thru his work and deconstructed his understandings of figurative work. Symbolizing his truth in a different way, he created this metalworks series that seeks to express the natural impression of engaging with oneself honestly.


Through the wrinkles and twists of lines, the eye draws in along the earth tones that are folding and textured, familiar and intrinsic. A closer look reveals a confusing strength of steel, copper, and aluminum flowing into frozen abstractions of our world. Detachments from reality changes how we see our nature, our society, and our concepts with the movements and moments that provide the memories of life in fixed time. These works, just as our perceptions, are deceptively strong while being often delicate in construction. We perceive things at their most fundamental level subconsciously but cloud our perceptions with language and context. What often we know to be true is what remains behind the abstraction. When one considers the reputable strength that metals represent and the variable quality that nature holds, one gets a sense of the striking balance achieved as these fluid movements contrast with their suspended imagery. The lines of the steel are rhythmic and intertwined, catching notions of our inherent comforts. The textures resonate organically, as their color and volume draw in their social space. These works collectively represent three-dimensional organic abstractions, mirroring the earthy connections to our society in space and life. This is connected using unconventional materials that provide a considerable, stagnant strength to elemental moments that are whimsical, dramatic, and passing.


The library of human ideas has derived from a plethora of abstracts. The language that we have devised for the abstract has arrived from the acceptance of our inner feelings. These ideas later on spawn into tangible societal concepts. Not all of our communication through these tangible abstracts can be understood, nor is that necessary. We have found that as long as the abstractions are sincere, one’s perceptions can always be drawn out. Through this, we witness how art gathers us closer to the sources of our essential truths by engaging with our urge to feel in communion with the laws of nature. Abstraction reminds us of our subconscious understanding that there is an implicit truth to the whole. This collection of metal works resulted from a creative process that was immersed in a search for finding this truth through a blend of memory, experience, feelings and skills.


Thank you Thaillywood Artist Residency so much for kind cooperation and support.


The exhibition “The truth of the matter(s) is” will be held on the first floor of Art Centre Bldg., SAC Gallery from 24 November until 23 December 2018. The official opening ceremony will be held on 24 November 2018, 6:00PM onwards.



นิทรรศการ The truth of the matter(s) is เป็นงานแสดงเดี่ยวโดย วีระพงศ์ แสนสมพร ณ เอส เอ ซี แกลเลอรี กรุงเทพฯ  จัดแสดงผลงานชุดล่าสุดที่มีเนื้อหาว่าด้วย “แก่นแท้ความจริงของสรรพสิ่งนั้นคืออะไร” ซึ่งศิลปินได้สร้างสรรค์ในช่วงระหว่างการเป็นศิลปินในพำนักกับทาง Thaillywood Artist Residency ในการเป็นศิลปินในพำนักซึ่งปลีกตัวออกจากผู้คนและความวุ่นวาย วีระพงศ์มีเวลาที่จะคิดพิจารณาและมีพื้นที่ทำงานให้ค้นหาตัวเองและสิ่งที่ต้องการแสดงออก การแยกตัวออกมาเป็นศิลปินในพำนักทำให้ได้ค้นพบวิธีการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกสู่ผลงานศิลปะและการสร้างความเข้าใจใหม่ๆต่องานแบบรูปลักษณ์นิยม ด้วยการใช้สัญลักษณ์บอกเล่าถึงแก่นแท้ความจริงในแบบที่แตกต่าง จากนั้นเขาได้สร้างสรรค์ผลงานชุดใหม่จากวัสดุโลหะอันแสดงออกถึงความประทับใจทางธรรมชาติที่ปฏิสัมพันธ์กับตนเองอย่างแท้จริง 


ด้วยลักษณะของเส้นแบบต่างๆทั้ง หยัก ขด หรือเส้นอันคดเคี้ยวที่นำมาใช้ ทำให้ดึงดูดสายตาของผู้ชมให้ลื่นไหลไปในตัวงาน และด้วยพื้นผิวงานที่ใช้โทนสีธรรมชาติทำให้เกิดความรู้สึกถึงธรรมชาติอันใกล้ชิด แต่เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆ จึงพบว่าผลงานได้ถูกสร้างจากวัสดุโลหะที่มีลักษณะแข็ง เช่น เหล็ก ทองแดง สเตนเลส อะลูมิเนียม นำมาดัด ทักถอ เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็นรูปร่างรูปทรงตามการรับรู้ และสื่อถึงสภาวะนามธรรมในโลกของเรา 


อนึ่ง การแยกตัวออกจากความเป็นจริง ได้เปลี่ยนทัศนะของเราในการมองธรรมชาติ สังคม รวมถึงทัศนะของเราต่อความเคลื่อนไหวและเวลาชั่วขณะอันสัมพันธ์กับความทรงจำของชีวิตที่ถูกบันทึกด้วยเวลาที่จำเพาะเจาะจง ในผลงานของวีระพงศ์นั้นก็คล้ายกับการรับรู้ของคนเรา ที่ถูกลวงตาว่าแข็งแรงมั่นคง แต่แท้จริงแล้วมีความบอบบางในโครงสร้าง คนเรารับรู้สิ่งต่างๆเริ่มต้นมาจากระดับชั้นจิตใต้สำนึก แต่การรับรู้ในระดับนั้นมักถูกปกคลุมด้วยภาษาและบริบท ทำให้สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นความจริง มักจะเป็นสิ่งที่หลงเหลือภายหลังสภาวะนามธรรม หากเราพิจารณาถึงความแข็งแรง ทนทาน อันเป็นคุณสมบัติของวัสดุโลหะ ควบคู่กับความหลากหลายซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของธรรมชาติ เราก็จะสัมผัสได้ถึงความสมดุลระหว่างความเคลื่อนไหวที่ไหลลื่น อันขัดแย้งกับลักษณะสงบนิ่ง เมื่อเส้นโลหะสร้างให้เกิดจังหวะและการถักทอสอดประสาน มันได้สื่อถึงแนวคิดของการปลอบประโลมและความสุขสบายอย่างแท้จริง อีกทั้งพื้นผิวในงานได้สะท้อนถึงลักษณะของอินทรียวัตถุ ที่เกิดจากทั้งโทนและน้ำหนักของสี ผลงานชุดนี้แสดงให้เห็นลักษณะนามธรรมของอินทรียวัตถุแบบสามมิติที่สามารถสะท้อนความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในโลก และสังคมของเราที่เกิดมาจากพื้นที่ว่างและผู้คนที่อยู่อาศัยร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ได้ถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยวัสดุโลหะที่มีความแข็งนิ่งไร้ความเคลื่อนไหว ผสานเข้ากับเรื่องคุณลักษณะพื้นฐานของเวลาที่มีทั้งความประหลาด มีชีวิตชีวา แต่คงอยู่เพียงชั่วครู่


หากเมื่อมองย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นทางความคิดมนุษย์ ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากสิ่งที่เป็นนามธรรมก่อนทั้งสิ้น เพราะภาษาของนามธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เกิดจากการทำความเข้าใจจากความรู้สึกภายในแล้วจึงก่อเกิดเป็นภาพตามมา ซึ่งแนวคิดไอเดียต่างๆนี้ ภายหลังได้พัฒนาไปสู่แนวคิดของสังคมที่จับต้องได้ ทั้งนี้ ไม่ทั้งหมดของภาษานามธรรมที่ใช้สื่อสารนั้นจะสามารถเข้าใจได้และมีความจำเป็นต้องเข้าใจ หากแต่เราได้พบว่าตราบใดที่สภาวะนามธรรมนั้นมีความตรงไปตรงมา ตราบนั้นการรับรู้และจิตใจของเราก็จะดึงเอาสมมติบัญญัติทางภาษามาใช้เพื่อแปลความหมายหรือใช้เรียกสภาวะนั้นได้ จากสิ่งที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่าศิลปะนั้นพาเราเข้าใกล้ถึงต้นตอแห่งแก่นแท้ความจริง โดยเชื่อมต่อความปรารถนาของเราที่จะรู้สึกสัมผัส สอดคล้องกลมกลืนไปกับกฎของธรรมชาติ ซึ่งลักษณะทางนามธรรมในผลงานของวีระพงศ์เตือนให้เรานึกถึงการสัมผัสรับรู้ในระดับจิตใต้สำนึกได้ว่า แก่นแท้ความจริงของสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งมวลนั้นมีอยู่ แต่มันอยู่เหนือคำพูดเหนือคำบรรยาย โดยศิลปินได้ทุ่มเทเวลา แรงกาย แรงใจเพื่อค้นหาแก่นแท้ความจริง ผ่านกระบวนการทำงานจากภาพจำ ประสบการณ์ ความรู้สึก และทักษะผสมผสานร่วมกัน นำเสนอผ่านวัสดุ (เหล็กทองแดง สเตนเลส อะลูมิเนียม) มาทักถอ เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็นรูปร่างรูปทรงตามการรับรู้ จนเกิดเป็นผลงานที่รอการตีความจากผู้ชม


นิทรรศการ “The truth of the matter(s) is” จัดแสดงระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม .. 2561 ณ ชั้น 1 อาคารหอศิลป์ (ตึกใหญ่) เอส เอ ซี แกลเลอรี (SAC Gallery) โดยมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ 24 พฤศจิกายน .. 2561 ตั้งแต่เวลา 18:00 . เป็นต้นไป